หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันโครงการสำรวจความคิดเห็น ทัศนคติ และพฤติกรรมของประชาชน กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการพิจารณาตัดสินใจของคณะผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ผู้มีอำนาจตัดสินใจจำเป็นต้องมีข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ และสถิติศาสตร์ในการวินิจฉัยสั่งการ โดยอาศัยข้อมูลจากการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ประกอบกับแหล่งความเป็นจริงด้านอื่นๆ ในการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนนโยบายและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานสากลของคุณภาพในผลผลิตต่างๆ ขององค์กร
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของโครงการสำรวจวิจัยต่างๆ จึงได้ดำเนินการโครงการสำรวจวิจัยในนามของมหาวิทยาลัยหลายโครงการ โครงการสำรวจวิจัยต่างๆ เหล่านั้นได้รับการตอบสนองอย่างดียิ่งจากสถาบันสื่อสารมวลชน หน่วยงานของรัฐ และกลุ่มบริษัท เอกชน จนมีการทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลที่ได้จากการสำรวจวิจัยและว่าจ้างให้สำนักวิจัยทำการสำรวจโครงการต่างๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหมสำนักงานส่งเสริมพาณิชยนาวี กระทรวงยุติธรรม การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บริษัทเอกชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ และสำนักข่าวต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น
ผลจากการดำเนินโครงการวิจัยต่างๆ ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมจนสามารถค้นหาข้อมูลที่มี คุณภาพแม่นยำ ถูกต้องเที่ยงตรงเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและผู้ว่าจ้างโดยไม่เคยมีประวัติ เสื่อมเสียในผลงานวิจัยทุกโครงการตลอดมา ทำให้สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้รับการยอมรับความถูกต้องของข้อมูลจากสถาบันการศึกษา สถาบันสื่อสารมวลชน และหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวในข้างต้น สำนักวิจัยฯ จึงขอนำเสนอข้อมูลทั่วไปของสำนักวิจัยในด้านขอบเขตของงานวิจัยทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการโครงการวิจัย ดังต่อไปนี้
วิสัยทัศน์ของเอแบคโพลล์
เป็นศูนย์วิจัยทางสังคมและด้านวิชาการระดับโลก
อุทิศตัวเองเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ แบบสหวิทยาการในความสนใจของสาธารณชน
ยึดมั่นตัวเองในความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ของนักวิทยาศาสตร์การวิจัย
มีความรู้แบบก้าวหน้าเกี่ยวกับความคิดเห็น และพฤติกรรมของสาธารณชน ผ่านการวิจัยเชิงประจักษ์
ถูกทำให้มีชีวิตชีวาโชติช่วงโดยนโยบาย และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
วัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรเพื่อบรรลุถึงปรัชญา วิสัยทัศน์และพันธกิจที่ตั้งไว้ผ่านทางความมุมานะทุ่มเททำงานหนักร่วมกันของคณาจารย์และเจ้าหน้าที่คณะผู้วิจัย ซึ่งคณะบุคคลเหล่านี้ได้รับการชี้นำโดยวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรในการทำวิจัย สร้างองค์กรความรู้ให้/รับการศึกษา และมีจิตใจแห่งการให้บริการเพื่อสู่เป้าหมายของความเป็นเลิศและภาวะผู้นำด้านการวิจัย โดยพวกเราทุกคนแห่งสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้นำ วัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรลงสู่ภาคปฏิบัติมาโดยตลอด
วัตถุประสงค์แห่งการก่อตั้งสำนักวิจัยเอแบคโพลล์
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานสากลในบทบาททางสังคมของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
2. เพื่อให้บริการด้านวิทยาการทางสังคมด้วยการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
จากการดำเนินโครงการวิจัยเชิงสำรวจ
3. เพื่อเป็นการฝึกฝนและผลิตคณะนักศึกษา - นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและสถาบันการ
ศึกษาต่างๆ ในการดำเนินโครงการวิจัยเต็มรูปแบบ ร่วมกับอาจารย์ และผลิตผลงานวิจัยสนอง
ต่อความต้องการ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน
4. เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้สนใจศึกษาอย่างลึกซึ้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัยต่างๆ ของ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์อันเป็นการส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานสากลในความเป็นเลิศทาง
วิชาการของ มหาวิทยาลัยต่อไป
รูปแบบของการทำวิจัย
นักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดำเนินโครงการวิจัยใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การวิจัยเบื้องต้น (Exploratory Research) การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) และการวิจัยความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (Causal research) โดยมีการผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในลักษณะของปฐมภูมิ และทุติยภูมิ นอกจากนี้สำนักวิจัยจะเลือกประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะกับโครงการในรูปแบบต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ตัวต่อตัว การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การใช้ไปรษณีย์ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น อีเมล และอินเตอร์เนตในการเก็บรวบรวม ข้อมูล ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละโครงการวิจัย
รูปแบบการบริหาร-การจัดการ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มีรูปแบบของการบริหาร- การจัดการ ซึ่งต้องการเน้นที่รูปแบบของหน่วยงานขนาดเล็กแต่ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของงานในระดับสูง โดย แบ่งแยกประเด็นด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ดังต่อไปนี้
การประกันคุณภาพ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้รับการตรวจสอบทั้งจากภายในและ ภายนอกองค์กรเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปีผ่านหน่วยงานตรวจสอบหลักประกันคุณภาพ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์รับประกันคุณภาพของผลสำรวจโดยการประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ หลากหลายตามความเหมาะสมและความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลวิจัย ระเบียบวิธีวิจัยในการ ทำสำรวจแต่ละครั้งถูกกำหนด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านระเบียบวิธีวิจัย ในการกำหนดกรอบแนวคิดทฤษฎี การออกแบบสอบถาม การทดสอบแบบสอบถาม การสุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การใช้หลักสถิติต่างๆ ได้แก่ t-test, ANOVA, Chi-square, Wald statistics, Odd Ratio, Logistic Regression Analysis, Multiple Regression Analysis, Design Effect (DEFF), Statistical Weights เป็นต้น
ด้านโครงสร้างองค์การของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์
นโยบาย
ส่งเสริมความเป็นอิสระทางวิชาการในการดำเนินโครงการสำรวจวิจัยเพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนหน่วยงานของรัฐและเอกชน โดยให้ความรับผิดชอบ ด้านการบริหาร และการจัดการขึ้นตรงต่อ ท่านอธิการบดี และท่านประธานสถาบันเอแบคโพลล์
รูปแบบของโครงสร้างองค์กร
อัตรากำลังบุคลากรของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์
เนื่องจากนโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร และการดูแลใกล้ชิดของท่านอธิการบดี สำนักวิจัยฯ ประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการวิจัยโดยตรงทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ประวัติการศึกษาของคณะผู้วิจัย
ดร.นพดล กรรณิกา
ดร.นพดล กรรณิกา เป็นผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จบปริญญาเอกด้านการจัดการวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปริญญาโทด้านระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจและการทำโพลล์ (Survey Methodology) มหาวิทยาลัย มิชิแกน (The University of Michigan) ปริญญาโทสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาตรีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาตรีปรัชญา (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) วิทยาลัยแสงธรรม
ดร.นพดล ยังได้วุฒิบัตรหลักสูตรนักวิจัยเชิงสำรวจจาก The Summer Institute in Survey Research Techniques มหาวิทยาลัยมิชิแกน หลักสูตรการ สุ่มตัวอย่างสำหรับนักวิจัยนักสถิติจากสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยมิชิแกน และหลักสูตรการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ดร.นพดล ได้ศึกษาวิชาการระเบียบวิจัยและการทำโพลล์ที่หลากหลาย ณ Michigan Program of Survey Methodology มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้แก่ Complex Survey Data Analysis, Public Opinion, Questionnaire Design, Data Collection Methods, Survey Sampling, Statistics, Total Survey Errors, Survey Management, Cognition Communication and Survey Measurement, Seminar on Survey Design, Detroit Area Study (Housing, Discrimination, and Crime Surveys), Social Networks and Social Support on Public Health, และ Behavioral Research in Public Health ตลอดระยะเวลาในการศึกษาด้านระเบียบวิธีวิจัยที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ดร.นพดล ได้ใช้เวลาศึกษาโครงการวิจัยปัญหายาเสพติดในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะโครงการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนของสหรัฐอเมริกา ในเวลาเดียวกัน ดร.นพดลได้ศึกษาการทำโพลล์ทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และการทำวิจัยพฤติกรรมติดตามข่าวสารผ่านการวัดเรตติ้งของประชาชนในสหรัฐอเมริกาต่อสื่อมวลชนแขนงต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ให้คำแนะนำและออกแบบวิจัยด้านการตลาดให้กับบริษัทวิจัยการตลาดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วย ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ดร.นพดล ได้มีโอกาสทำงานเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยในสามโครงการใหญ่ได้แก่ การวิเคราะห์ Survey Cost Modeling ให้กับสถาบันวิจัยสังคม โครงการ Study of Instructional Improvement ที่ร่วมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Harvard University, Stanford University, the University of Michigan, the University of Pennsylvania, and the University of Wisconsin และโครงการ National Survey of American Life
นอกจากนี้ ดร.นพดล มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านการทำโพลล์ และการวิจัยในสหรัฐอเมริกา เช่น ศาสตราจารย์ Kish นักสถิติด้านการ สุ่มตัวอย่างที่มี ชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา มร.จิม คลิฟตัน ประธานซีอีโอของ "กัลลัพโพลล์" ที่เป็นสถาบันทำโพลล์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และ มร.คินแคนนอน ผู้อำนวยการ U.S. Census Bureau
ในประเทศไทย ดร.นพดล เป็นกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการวิจัยเชิงสำรวจให้กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระและบริษัทเอกชนจำนวนมาก เช่น สำนักงาน ปปส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัทเอกชนที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
ดร.นพดล กำลังศึกษาวิจัยคุณภาพการทำวิจัยเชิงสำรวจและการทำโพลล์ในประเทศไทย โดยเน้นช่องว่างและความคลาดเคลื่อนในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัยเชิงสำรวจและการทำโพลล์ ศึกษาประสิทธิภาพของการสุ่มตัวอย่าง การออกแบบสอบถาม การเก็บรวบรวมข้อมูล ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการไม่ตอบ การทำโพลล์ผ่านทางเว็ปไซด์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความถูกต้องเที่ยงตรง ของการทำโพลล์ทำนายผลการเลือกตั้ง และปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดเห็นของประชาชนในโพลล์
ถ้อยคำประจำใจและสูตรทางสถิติด้านการสุ่มตัวอย่างที่ ดร.นพดล ชื่นชอบคือ "ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเป็นเรื่องของ มนุษย์ การระบุความผิดพลาดคลาดเคลื่อนลงไปในการออกแบบวิจัยเชิงสำรวจเป็นเรื่องของ สถิติ " DEFF = 1 + roh(n-1)
รายละเอียดประวัติการศึกษาของคณะผู้วิจัยท่านอื่นๆ ติดต่อได้ที่สำนักวิจัยเอแบคโพลล์
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขาสำนักงาน
คณะผู้วิจัยเอแบคโพลล์ยังมีผู้ช่วยนักวิจัยและพนักงานเก็บข้อมูลสนามอีกประมาณ 1200 คน ทั่วประเทศในการสนับสนุนภารกิจโครงการขนาดใหญ่ของสำนักวิจัย และบางโครงการมีบุคลากรร่วมดำเนินการสูงถึง 12,000 คนทั่วประเทศ เช่นการทำโพลล์เพื่อทำนายผลการเลือกตั้งทั่วไปของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้านการใช้ทรัพยากร
นโยบาย
มุ่งเน้นที่การประหยัดทรัพยากรทั้งในด้านกำลังคน งบประมาณ และเวลาให้มากที่สุด แต่สามารถผลิตผลงานด้านการดำเนิน โครงการสำรวจวิจัยที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ว่าจ้างต่อสังคมและมหาวิทยาลัย โดยสำนักวิจัยมุ่งพัฒนาสำนักงานต่อไปให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งในด้านวิชาการและเชิงพาณิชย์ กับหน่วยงานวิจัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
แนวทางปฏิบัติด้านการใช้ทรัพยากร
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มุ่งเน้นที่การประหยัดทรัพยากรทั้งในด้านกำลังคน งบประมาณ และเวลา โดยแบ่งรูปแบบการใช้ทรัพยากรออกเป็นประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การใช้ทรัพยากรด้านกำลังคน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ใช้พนักงานของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เป็นผู้ควบคุมการเก็บข้อมูล จำนวน 1 ต่อ 10 หรือ 2 ต่อ 10 เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนจากการเก็บข้อมูลโดยในทุกโครงการประกอบด้วยอาจารย์ เจ้าหน้าที่และคณะนักศึกษาดำเนินโครงการวิจัยร่วมกัน นอกจากนี้ใน โครงการสำรวจวิจัยทั่วประเทศ สำนักวิจัยฯ ร่วมมือกับคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ตามภูมิภาคของประเทศโดยมีการตรวจสอบ คุณภาพจากบุคลากรของสำนักวิจัยฯ อีกชั้นหนึ่ง
2. การใช้ทรัพยากรด้านงบประมาณ ขึ้นอยู่กับขอบเขตในการศึกษา กลุ่มประชากร เป้าหมาย ขนาดตัวอย่าง จำนวนข้อคำถาม ความยากง่ายในการเข้าถึงตัวอย่าง และระยะเวลาในการสำรวจเป็นต้น โดยคณะกรรมการการวิจัยจะพิจารณาเป็นรายโครงการไป
การให้บริการของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การพัฒนาและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานสากลในการทำวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) เพื่อให้ ได้ความเป็นจริง ความถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ และเชื่อถือได้ของข้อมูล
การทำโพลล์และทีมงานนักทำโพลล์ของสำนักวิจัยฯ แบ่งออกเป็นแผนกต่างๆ ดังนี้
1) แผนกวิจัยการเมือง
2) แผนกวิจัยปัญหาสังคม/ สุขภาพและระบบสาธารณสุข
3) แผนกวิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและการตลาด
4) แผนกวิจัยด้านบันเทิง การกีฬา และพฤติกรรมการติดตามข่าวสาร
5) แผนกวิจัยและพัฒนาการทำโพลล์ โดยมีนักสถิติ-นักวิจัยคอยตรวจสอบควบคุมคุณภาพของ การทำโพลล์ในทุกโครงการ
นอกจากนี้ สำนักวิจัยฯ ยังให้บริการบางส่วน (partial services) เช่น การให้คำปรึกษาการ อบรมด้านระเบียบวิธีการทำวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับ หน่วยงานที่ว่าจ้างอีกด้วย
ผลงานความแม่นยำที่ผ่านมาของสำนักวิจัยในการทำโพลล์เลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปีพ.ศ. 2543 เอแบคโพลล์เป็นสำนักวิจัยแห่งเดียวที่ประกาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และสื่อวิทยุของสำนักข่าวไทยว่าคุณสมัครได้รับการ เลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยคะแนนเสียงเกินหนึ่งล้านคะแนน ด้วยอาศัยระเบียบวิธีทางสถิติในการประมาณการ นอกจากนี้ ในปีพ.ศ. 2544 สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้ทำนายผลการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ว่าพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส.ในระบบเขต 195 ที่นั่ง และ ส.ส.ในระบบบัญชี รายชื่อ 46 ที่นั่ง ผลการเลือกตั้งจริงพรรคไทยรักไทยได้ 200 ที่นั่งในระบบเขต และ 48 ที่นั่งในระบบบัญชีรายชื่อ ในขณะที่สำนักโพลล์อื่นๆ เช่น สวนดุสิตโพลทำนายว่า พรรคไทยรักไทยได้ 184 ที่นั่งในระบบเขต และ 35 ที่นั่งในระบบบัญชีรายชื่อ (ดูตารางสรุปประกอบ)
ตารางเปรียบเทียบผลการประเมินจำนวน ส.ส.ของแต่ละสำนักโพลล์ ปี พ.ศ. 2544
|
ชื่อพรรคการเมือง |
ประเภท ส.ส. |
ดุสิตโพลล์ |
ม.มหิดลโพลล์ |
ธรรมศาสตร์โพลล์ |
เอแบคโพลล์ |
ผลจากการนับคะแนน |
|
ไทยรักไทย |
แบ่งเขต |
184 |
185 |
165 |
195 |
200 |
|
บัญชีรายชื่อ |
35 |
35 |
38 |
46 |
48 |
|
ประชาธิปัตย์ |
แบ่งเขต |
89 |
89 |
81 |
101 |
97 |
|
บัญชีรายชื่อ |
29 |
29 |
28 |
34 |
31 |
|
ความหวังใหม่ |
แบ่งเขต |
37 |
35 |
48 |
32 |
28 |
|
บัญชีรายชื่อ |
9 |
9 |
11 |
7 |
8 |
|
ชาติไทย |
แบ่งเขต |
35 |
37 |
43 |
30 |
34 |
|
บัญชีรายชื่อ |
9 |
9 |
12 |
7 |
6 |
|
ชาติพัฒนา |
แบ่งเขต |
32 |
33 |
40 |
26 |
22 |
|
บัญชีรายชื่อ |
13 |
13 |
11 |
6 |
7 |
|
เสรีธรรม |
แบ่งเขต |
16 |
15 |
14 |
14 |
14 |
|
บัญชีรายชื่อ |
5 |
5 |
- |
- |
- |
|
ราษฎร |
แบ่งเขต |
5 |
5 |
7 |
2 |
2 |
|
บัญชีรายชื่อ |
- |
- |
- |
- |
- |
|
กิจสังคม |
แบ่งเขต |
1 |
1 |
1 |
- |
1 |
|
บัญชีรายชื่อ |
- |
- |
- |
- |
- |
|
ถิ่นไทย |
แบ่งเขต |
- |
- |
- |
- |
1 |
|
บัญชีรายชื่อ |
- |
- |
- |
- |
- |
|
เกษตรมหาชน |
แบ่งเขต |
1 |
- |
1 |
- |
- |
|
บัญชีรายชื่อ |
- |
- |
- |
- |
- |
| |
รวม |
499 |
499 |
499 |
499 |
499 |
* ยังไม่รวมเขตเลือกตั้งที่
1 จ.นครนายกอีก 1 เขตเลือกตั้ง*
เอแบคโพลล์ส่งทีมวิจัยไป "มิชิแกน" เพื่อศึกษาทำโพลล์เลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา
ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า เอแบคโพลล์ได้ส่งทีมนักวิจัยไปศึกษาด้านการทำโพลล์เลือกตั้งและงานวิจัยเชิงสำรวจ ที่มหาวิทยาลัย มิชิแกน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยติดอันดับหนึ่งในสิบของสหรัฐอเมริกา โดยได้มีโอกาสพบกับ มร.จิม คลิฟตัน ประธานซีอีโอของ "กัลลัพโพลล์" ที่เป็นสถาบันทำโพลล์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แห่งหนึ่งของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนสนทนาการทำโพลล์ที่ถูกต้องเที่ยงตรง น่าเชื่อถือ
ทีมวิจัยเอแบคโพลล์ได้ศึกษาทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เพื่อนำความรู้ด้านระเบียบวิธีวิจัยและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การเลือกตั้ง ส.ส. การเลือกตั้ง ส.ว. และการเลือกตั้งอื่นๆ ที่จะมีขึ้นใน ประเทศไทย
ผลที่ได้รับจากการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกนนี้ จะสามารถพัฒนาการทำโพลล์ในประเทศไทยให้มีความถูกต้องเที่ยงตรง แม่นยำและน่าเชื่อถือได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น
ผลงานวิจัยเด่น
1) โครงการประยุกต์ใช้หลักสถิติเพื่อการเลือกตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งสำหรับการทำนายผลการเลือกตั้ง 500 ส.ส. ทั่วประเทศ วันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งสามารถทำนายผลได้ใกล้เคียงผลการเลือกตั้งจริงมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสำนักโพลล์อื่นๆ
2) โครงการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
3) โครงการสำรวจพฤติกรรมการฟังวิทยุและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
4) โครงการสำรวจพฤติกรรมและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย
5) โครงการสำรวจความต้องการ ความพึงพอใจ และพฤติกรรมของลูกค้าเกี่ยวกับการหาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร
6) โครงการสำรวจพฤติกรรมและความพึงพอใจของลูกค้าธนาคารเอเชีย
7) โครงการสำรวจความต้องการ ความพึงพอใจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ PCT
8) โครงการสำรวจพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในธุรกิจค้าปลีก
9) โครงการวิจัยเพื่อเฝ้าระวังรักษาคุณภาพอนาคตของเยาวชนไทย : กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่าง นักเรียน - นักศึกษาทั่วประเทศในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และทบวงมหาวิทยาลัย
10) โครงการประมาณการจำนวนนักเรียน - นักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด : กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างนักเรียนนักศึกษาที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย
11) โครงการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติต่อบรรยากาศการลงทุนของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
12) โครงการวิจัยสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาตัวอย่างหัวหน้าครัวเรือน ทั่วประเทศ
13) โครงการสำรวจหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชนทั่วประเทศ
14) โครงการสำรวจสภาพการบริการรักษาพยาบาลประชาชนผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน : กรณีศึกษา
ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินและกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศ
15) โครงการวิจัยเพื่อทำนายผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปีพ.ศ. 2543
ที่ปรึกษาศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย
ติดต่อสำนักวิจัยเอแบคโพลล์
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
โทรสายตรง (0) 2719 - 1549 - 50 หรือ โทร. (0) 2719 - 1515 ต่อ 1336 , 1338
โทรสาร (0) 2719 - 1546 - 48
www.abacpoll.com www.websurvey.au.edu
www.abacpoll.au.edu