สังคมคิดอย่างไรเรื่อง หวยออนไลน์ กับ หุ้นนักการเมือง : กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัย เอแบคเรียลไทม์โพลล์ ที่เป็นการสำรวจจากครัวเรือนที่สุ่มตัวอย่างได้ทั่วประเทศตามหลักสถิติแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น และได้ติดตั้งโทรศัพท์ให้กับครัวเรือนที่เป็นตัวอย่างเพื่อทำการสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็วฉับไวภายในระยะเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง จากนั้นประมวลผลด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ โดยครั้งนี้ได้ทำการสำรวจ เรื่อง สังคมคิดอย่างไรเรื่อง หวยออนไลน์ กับหุ้นนักการเมือง กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร น่าน พิษณุโลก เชียงใหม่ ปราจีนบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี ชลบุรี เลย กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุดรธานี ขอนแก่น ยะลา และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 1,250 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจในวันที่ 20 มิถุนายน 2552 ผลการสำรวจพบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่คือร้อยละ 84.2 ระบุติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเป็นประจำทุกสัปดาห์
ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.7 ทราบข่าวที่รัฐบาลจะให้มีการออกหวยออนไลน์ ในขณะที่ร้อยละ 20.3 ไม่ทราบข่าว และเมื่อถามถึงปัจจัยที่จะทำให้คนไทยเล่นหวยมากขึ้น ถ้ารัฐบาลอนุมัติให้มีหวยออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุเป็นความง่ายในการเล่น รองลงมาคือ ร้อยละ 74.2 ระบุคนไทยชอบเสี่ยง ร้อยละ 70.3 ระบุรูปแบบการเล่นที่ทันสมัย ร้อยละ 69.8 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐไม่กวดขันจริงจัง และร้อยละ 63.8 ระบุการโฆษณา ทำให้คนไทยจะเล่นหวยมากขึ้น
ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.4 คิดว่า หวยออนไลน์ จะทำให้เด็กและเยาวชนหันมาเล่นหวยมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 40.6 ไม่คิด นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญที่คิดว่าจะเกิดขึ้นตามมาจากการเล่นหวยกันมากขึ้นในสังคมไทย ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.4 ระบุแหล่งพนัน อบายมุขจะมากขึ้น ร้อยละ 69.1 ระบุโจรกรรมทรัพย์สินจะมากขึ้น ร้อยละ 66.8 จะเกิดปัญหาครอบครัวมากขึ้น ร้อยละ 56.9 จะเกิดปัญหายาเสพติดมากขึ้น ร้อยละ 50.4 จะเกิดการขายบริการทางเพศมากขึ้น ร้อยละ 49.4 เด็กจะหนีเรียน ร้อยละ 47.7 จะเกิดปัญหาการใช้ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท ในขณะที่เพียงร้อยละ 12.3 เท่านั้นระบุจะไม่เกิดปัญหาใดๆ ถ้ามีหวยออนไลน์ขึ้นในสังคมไทย
และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.6 ระบุว่า การเล่นหวยจะทำให้ติด และอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ร้อยละ 25.4 ไม่คิดว่าจะติด
ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.6 ไม่เห็นด้วยต่อการมีหวยออนไลน์ โดยให้เหตุผลว่า สังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระพุทธศาสนาควรช่วยกันลดอบายมุขมากกว่าส่งเสริม / หวยออนไลน์จะเป็นการมอมเมาประชาชน ทำให้คนเล่นการพนันมากขึ้น ยังไม่มีกฎเกณฑ์และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้มงวดเพียงพอ และจะทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายอย่างตามมา ในขณะที่ร้อยละ 40.4 เห็นด้วย เพราะ ถึงไม่มีหวยออนไลน์คนก็เล่นหวยกันอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมีหวยใต้ดิน รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น เป็นการเสี่ยงโชคทางเลือกของคนจน และประชาชนจะได้เล่นหวยที่ถูกกฎหมาย
เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนถึง โอกาสการได้เงินระหว่างการทำงานหนักกับการซื้อหวย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.4 คิดว่า การทำงานหนักทำให้มีโอกาสได้เงินมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 3.6 คิดว่าการซื้อหวยมีโอกาสได้เงินมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการตรวจสอบเรื่องหุ้นของนักการเมือง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.8 เห็นด้วยกับการตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นของนักการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 14.7 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 9.5 ไม่มีความเห็น โดยหลังจากมีข่าวการตรวจสอบเรื่องหุ้นของนักการเมืองครั้งนี้ พบว่า ประชาชนเกินครึ่งหรือร้อยละ 52.7 มีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพความมั่นคงในการทำงานของรัฐบาลลดลง ในขณะที่ร้อยละ 26.6 ยังคงเชื่อมั่นเหมือนเดิม ร้อยละ 9.4 เชื่อมั่นเพิ่มขึ้น และร้อยละ 11.3 ไม่มีความเห็น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.5 กลัวว่านักการเมืองจะถอนทุนคืนจากโครงการของรัฐ ร้อยละ 28.3 ไม่กลัว และร้อยละ 10.2 ไม่มีความเห็น ตามลำดับ
ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะมีหวยออนไลน์เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระพุทธศาสนาควรช่วยกันหาทางลดอบายมุขมากกว่าเปิดโอกาสและส่งเสริม โดยส่วนใหญ่เป็นห่วงปัญหาสังคมหลายอย่างจะเกิดขึ้นตามมา เช่น ปัญหาอบายมุข โจรกรรมทรัพย์สิน ปัญหาครอบครัว ขายบริการทางเพศ ยาเสพติด และเด็กหนีเรียน และถ้ามีหวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคม จะทำให้เด็กและเยาวชนหันมาเล่นหวยออนไลน์มากขึ้นเพราะง่ายในการเข้าถึง มีรูปแบบทันสมัย และเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้มงวดจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าการเล่นหวย ถ้าเล่นแล้วจะติดและเล่นต่อไปเรื่อยๆ โดยประชาชนส่วนใหญ่แนะให้ช่วยกันทำงานหนักจะเป็นโอกาสให้ได้เงินมากกว่าการเล่นหวย ในขณะที่สังคมกำลังเห็นด้วยกับการตรวจสอบเรื่องหุ้นของนักการเมือง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลลดลง และกลัวว่านักการเมืองจะเริ่มถอนทุนคืนจากโครงการของรัฐ
ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงเวลานี้คือ สังคมต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบใกล้ชิดและกลไกของรัฐต้องสามารถเอาผิดลงโทษขบวนการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ เพื่อลบภาพลักษณ์ของการเมืองไทยที่ถูกมองว่ามีการยอมรับพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่นในทุกสาขาอาชีพและทุกระดับชั้นของสังคม